

ก๊าซที่ร่างกายไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไรจะถูกขับออกมา ถ้าออกมาทางปากเรียกว่า "เรอ" ถ้าออกมาทางก้นเรียกว่า "ตด" ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นกับระบบย่อยอาหาร "เรอและตด" จึงเป็นปฏิกิริยาที่จำเป็นของคนและสัตว์ เรอขอคนเรามาจากก๊าซที่เข้าไประหว่างการกินอาหาร และระหว่างที่เราอ้าปากพูด หรือการดื่มน้ำอัดลม ส่วนใหญ่เป็นแค่ลมเท่านั้น แต่สัตว์อย่างวัว ควาย แพะ และแกะ พวกนี้ซิ เรอได้อย่างร้ายกาจ แล้วมันเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนตรงไหน? ก็เนื่องมาจากทั้งเรอและตดตัวดีนี่แหละมีส่วนผสมของก๊าซชนิดหนึ่ง เรียกว่า ก๊าซมีเทน (Methane) ซึ่งก๊าซชนิดนี้มีอยู่แล้วบ้างในบรรยากาศ ช่วยรักษาความอบอุ่นให้กับโลกและสรรพสัตว์ทั้งหลายก๊าซมีเทนรวมกับก๊าซอื่น ๆ กลายเป็นก๊าซเรือนกระจก
(Greenhouse gases) แล้วสะสมเป็นความร้อนอยู่ในชั้นบรรยากาศรอบ ๆ เปลือกโลก ทำให้โลกร้อนขึ้น ๆ โดยเฉพาะในช่วง 200 ปีที่ผ่านมานี้ ปัญหาอยู่ที่ว่าเมื่อ ก๊าซเรือนกระจกจับตัวกันหนาขึ้น สะสมความร้อนมากเกินไปจนเกิดเป็น ภาวะโลกร้อน (Global
warming) ก๊าซมีเทนเท่านั้นสามารถส่งผลต่อภาวะโลกร้อนได้มากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ถึง 21 เท่า นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าอุณหภูมิเฉลี่ยโดยทั่วไปจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3.2 - 7.2 องศาฟาเรนไฮน์ในช่วงปลายศตวรรตนี้ ก่อให้เกิดความแห้งแล้ง น้ำท่วม และพายุรุนแรง เมื่อ 2 ปีที่แล้วมีรายงานว่าโคนมแต่ละตัวนั้นผลิตก๊าซมีเทน
ปีละ 10 กิโลกรัม! แถมคนอเมริกันเลี้ยงวัวนับล้าน ๆ ตัวทั่วประเทศ
ยังไม่รวมประเทศอื่น ๆ อย่างแคนาดา ออสเตรเลีย ฉะนั้น วัว 1.3 พันล้านตัว บวกควาย แพะ และแกะทั่วโลกรับผิดชอบร่วมกันพวกมันเรอได้ก๊าซมีเทน 80 ล้านตันต่อปีของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ว่าแต่ทำไมวัวถึงผลิตก๊าซมีเทนได้มากขนาดนั้น? วัวกินหญ้าฟาง ต้นถั่ว เข้าไปเก็บไว้ในกระเพาะที่หนึ่ง (จากทั้งหมด 4 กระเพาะ) ที่เรียกว่า rumen ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด เก็บอาหารได้ถึง 160 ลิตรเก็บโปรโตซัวและเชื้อแบคทีเรียตัวเล็กตัวน้อยนับล้านชนิด ที่ช่วยมันในการย่อยเซลลูโลสให้กลายเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของมัน ในขณะที่จุลชีพพวกนี้ทำงานมันก็ผลิตก๊าซมีเทนออกมาด้วยเหล่าวัวจึงปลดปล่อยด้วยการเรอ....เอ่อ ออกมา แถมมีตดปิ๊ด ๆ ออกมาด้วยประปราย
ด้วยความวิตกเรื่อง วัวจะทำให้ภาวะโลกร้อนแย่ลง เพราะเรายังต้องการโปรตีนจากเนื้อและดื่มนม นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันได้ไอเดียเจ๋ง ผลิตยาเม็ดลดแก็สในกระเพาะอาหารของเหล่าวัวทั้งหลาย ยาเม็ดชื่อ "โบลัส" (bolus) ประกอบด้วยอาหารพิเศษ และให้อาหารพวกมันเป็นเวลา "เป้าหมายของโครงการนี้ก็คือ ยกระดับความกินดีอยู่ดีของวัวทั้งหลาย แถมต่อสู้กับภาวะวิกฤตโลกร้อนอีกด้วย" วัวแต่ละตัวนั้นผลิตก๊าซมีเทนโดยเฉลี่ย 100 - 200ลิตรต่อวัน เขาจึงได้คิดพัฒนาอาหารตัวใหม่ที่สมดุลในใยอาหาร โปรตีน และน้ำตาล แถมย่อยง่าย สบายท้องเจ้ามอ เพื่อให้พวกมันหยุดเรอ นอกจากนี้อาหารวัวอย่าง clover (พืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง) และ alfalfa (หญ้าตระกูลถั่ว ทนแล้ง ใช้เป็นอาหารสัตว์) ก็อาจเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ลดการเกิดก๊าซ ที่น่าสนใจศึกษาตัวหนึ่ง ในขณะที่นักคิดอื่น ๆ เอาก๊าซมีเทนจากวัวมาผลิตกระแสไฟฟ้า ให้มันรู้แล้วรู้รอด เจ้าของฟาร์มวัวอย่างน้อย 32 แห่งในอเมริกา นำปุ๋ยขี้วัวมาหมักและสูบเอาก๊าซมีเทนไปผลิตกระแสไฟฟ้า จะโทษเจ้ามออย่างเดียวก็จะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อนยังมาจากการกระทำของมนุษย์เป็นหลัก เช่น การทำเหมืองถ่านหิน หลุมขยะ การใช้และขุดเจาะปิโตรเลียม นาข้าว แลพื้นที่ชุ่มน้ำก็ยังเป็นสาเหตุอีกด้วย
ปีละ 10 กิโลกรัม! แถมคนอเมริกันเลี้ยงวัวนับล้าน ๆ ตัวทั่วประเทศ
ยังไม่รวมประเทศอื่น ๆ อย่างแคนาดา ออสเตรเลีย ฉะนั้น วัว 1.3 พันล้านตัว บวกควาย แพะ และแกะทั่วโลกรับผิดชอบร่วมกันพวกมันเรอได้ก๊าซมีเทน 80 ล้านตันต่อปีของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ว่าแต่ทำไมวัวถึงผลิตก๊าซมีเทนได้มากขนาดนั้น? วัวกินหญ้าฟาง ต้นถั่ว เข้าไปเก็บไว้ในกระเพาะที่หนึ่ง (จากทั้งหมด 4 กระเพาะ) ที่เรียกว่า rumen ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุด เก็บอาหารได้ถึง 160 ลิตรเก็บโปรโตซัวและเชื้อแบคทีเรียตัวเล็กตัวน้อยนับล้านชนิด ที่ช่วยมันในการย่อยเซลลูโลสให้กลายเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของมัน ในขณะที่จุลชีพพวกนี้ทำงานมันก็ผลิตก๊าซมีเทนออกมาด้วยเหล่าวัวจึงปลดปล่อยด้วยการเรอ....เอ่อ ออกมา แถมมีตดปิ๊ด ๆ ออกมาด้วยประปราย
ด้วยความวิตกเรื่อง วัวจะทำให้ภาวะโลกร้อนแย่ลง เพราะเรายังต้องการโปรตีนจากเนื้อและดื่มนม นักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมันได้ไอเดียเจ๋ง ผลิตยาเม็ดลดแก็สในกระเพาะอาหารของเหล่าวัวทั้งหลาย ยาเม็ดชื่อ "โบลัส" (bolus) ประกอบด้วยอาหารพิเศษ และให้อาหารพวกมันเป็นเวลา "เป้าหมายของโครงการนี้ก็คือ ยกระดับความกินดีอยู่ดีของวัวทั้งหลาย แถมต่อสู้กับภาวะวิกฤตโลกร้อนอีกด้วย" วัวแต่ละตัวนั้นผลิตก๊าซมีเทนโดยเฉลี่ย 100 - 200ลิตรต่อวัน เขาจึงได้คิดพัฒนาอาหารตัวใหม่ที่สมดุลในใยอาหาร โปรตีน และน้ำตาล แถมย่อยง่าย สบายท้องเจ้ามอ เพื่อให้พวกมันหยุดเรอ นอกจากนี้อาหารวัวอย่าง clover (พืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง) และ alfalfa (หญ้าตระกูลถั่ว ทนแล้ง ใช้เป็นอาหารสัตว์) ก็อาจเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ลดการเกิดก๊าซ ที่น่าสนใจศึกษาตัวหนึ่ง ในขณะที่นักคิดอื่น ๆ เอาก๊าซมีเทนจากวัวมาผลิตกระแสไฟฟ้า ให้มันรู้แล้วรู้รอด เจ้าของฟาร์มวัวอย่างน้อย 32 แห่งในอเมริกา นำปุ๋ยขี้วัวมาหมักและสูบเอาก๊าซมีเทนไปผลิตกระแสไฟฟ้า จะโทษเจ้ามออย่างเดียวก็จะเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปปัญหาเรื่องภาวะโลกร้อนยังมาจากการกระทำของมนุษย์เป็นหลัก เช่น การทำเหมืองถ่านหิน หลุมขยะ การใช้และขุดเจาะปิโตรเลียม นาข้าว แลพื้นที่ชุ่มน้ำก็ยังเป็นสาเหตุอีกด้วย
ที่มา : วารสารสัตวบาล ปีที่ 17 ฉบับที่ 81

